อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ถ้อยแถลงล่าสุดของ Trump เกี่ยวกับอิหร่านส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย และสินทรัพย์เสี่ยงแข็งค่าขึ้น
ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่าเขาพร้อมที่จะยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แม้ว่า ช่องแคบฮอร์มุซ จะยังคงปิดส่วนใหญ่ก็ตาม ถ้อยแถลงนี้ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในอ่าวเปอร์เซีย ได้จุดกระแสความเชื่อมั่นเชิงบวกในตลาดการเงิน เนื่องจากบรรดานักลงทุนที่ก่อนหน้านี้กังวลเกี่ยวกับการยกระดับความขัดแย้ง เริ่มกลับมาประเมินสถานะการลงทุนของตนใหม่ อย่างไรก็ดี เราเคยได้ยินคำกล่าวในลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ภาวะกระทิงในตลาดที่เห็นอยู่จะดำเนินต่อไปได้ยาวนาน
ในช่วงการซื้อขายยุโรปวันนี้ ตลาดจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคจากยูโรโซน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินที่มี euro เป็นองค์ประกอบ อันดับแรก เทรดเดอร์ควรจับตาตัวเลขการเปลี่ยนแปลงของยอดค้าปลีกเดือนกุมภาพันธ์ของเยอรมนีอย่างใกล้ชิด ดัชนีนี้ถือเป็นบารอมิเตอร์สำคัญของกิจกรรมการบริโภคและอุปสงค์ภายในประเทศของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในยูโรโซน และหากตัวเลขเบี่ยงเบนจากที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวของตลาดที่รุนแรงได้ พร้อมกันนั้น ตลาดยังรอการเผยแพร่ตัวเลขการว่างงานของเยอรมนีด้วย ความมีเสถียรภาพหรือในทางกลับกัน การเพิ่มขึ้นของอัตราการว่างงานสามารถส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และต่อเนื่องไปถึงยอดค้าปลีกได้
นอกจากนี้ ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมีนาคมของยูโรโซนและดัชนีพื้นฐาน (Core) ก็จะอยู่ในความสนใจเช่นกัน ตัวเลขเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อในภูมิภาค หลังจากการเริ่มต้นของสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และยังเป็นตัวชี้นำทิศทางการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินในอนาคตของ European Central Bank อีกด้วย
สำหรับเงินปอนด์อังกฤษ วันนี้คาดว่าจะมีการเผยแพร่ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคสำคัญหลายรายการสำหรับไตรมาสที่ 4 นักลงทุนจะติดตามการเปลี่ยนแปลงของตัวเลข GDP อย่างใกล้ชิด ตัวเลขเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นบารอมิเตอร์หลักของสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และสามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราแลกเปลี่ยนของสเตอร์ลิง รวมถึงบรรยากาศการลงทุนโดยรวมในยุโรป นอกจากตัวเลข GDP แล้ว ยังจะมีการประกาศข้อมูลการเปลี่ยนแปลงระดับการลงทุนด้วย การเปลี่ยนแปลงของระดับการลงทุนอาจเป็นสัญญาณสะท้อนถึงความพร้อมของภาคธุรกิจในการขยายตัว การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ และการสร้างงานเพิ่มเติม นอกจากนี้ บัญชีดุลการชำระเงินก็จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่ตลาดให้ความสนใจ
หากตัวเลขที่ออกมาตรงกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการใช้กลยุทธ์ Mean Reversion แต่หากข้อมูลออกมาสูงหรือต่ำกว่าที่คาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ กลยุทธ์ Momentum จะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด